บทความทั้งหมด
งานพิมพ์และการผลิต

เทคนิคการพิมพ์ในธุรกิจ Print on Demand: DTG, DTF, Sublimation และ UV ต่างกันอย่างไร

รู้จักเทคนิคการพิมพ์ 5 แบบในธุรกิจ Print on Demand — DTG, DTF, Sublimation, UV และซิลค์สกรีน แต่ละแบบเหมาะกับเสื้อยืด แก้วน้ำ เคสมือถือ พรมเช็ดเท้าอย่างไร พร้อมตารางเปรียบเทียบและวิธีเลือกให้เหมาะกับงาน

ทีม domerch 19 สิงหาคม 2569 อ่าน 10 นาที

เวลาเห็นเสื้อยืดลายสวยๆ ในร้านออนไลน์ หรือแก้วน้ำที่มีรูปแมวของตัวเองพิมพ์อยู่ หลายคนคงไม่ได้คิดต่อว่า "ลายนี้ขึ้นไปอยู่บนของชิ้นนั้นได้ยังไง"

แต่ถ้าคุณกำลังจะขายของแบบ Print on Demand — คือออกแบบลาย แล้วให้โรงงานพิมพ์และส่งให้ลูกค้าทีละชิ้นโดยไม่ต้องสต็อกของ — เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ต้องรู้ เพราะเทคนิคการพิมพ์เป็นตัวกำหนดว่าลายของคุณจะออกมาหน้าตาแบบไหน ทนแค่ไหน และต้นทุนเท่าไหร่

บทความนี้จะพาไปรู้จักเทคนิคการพิมพ์ 5 แบบที่ใช้จริงในธุรกิจ POD แบบไม่ต้องมีพื้นฐานช่างมาก่อน

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้เรื่องเทคนิคการพิมพ์

มีเหตุผล 3 ข้อ

  • ลายเดียวกันพิมพ์คนละเทคนิค ได้ผลไม่เหมือนกัน ลายไล่เฉดสีสวยๆ ที่ดูดีบนจอ ถ้าไปพิมพ์ด้วยเทคนิคที่ทำเฉดสีไม่ได้ จะออกมาเป็นแถบสีแข็งๆ แทน หรือลายที่มีสีขาวเป็นองค์ประกอบหลัก ถ้าไปพิมพ์ด้วย sublimation จะหายไปทั้งหมด เพราะเทคนิคนั้นพิมพ์สีขาวไม่ได้
  • วัสดุเป็นตัวตัดตัวเลือกก่อนเสมอ คุณไม่ได้เลือกเทคนิคเพราะชอบ แต่เลือกเพราะวัสดุบังคับ ผ้าโพลีเอสเตอร์กับผ้าคอตตอนใช้คนละวิธี แก้วสแตนเลสกับเคสพลาสติกก็คนละวิธีอีก
  • ลูกค้าจะถามคุณ "ลายลอกไหม" "ซักได้กี่ครั้ง" "เข้าเครื่องล้างจานได้หรือเปล่า" — คำตอบของคำถามพวกนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ทั้งนั้น ถ้าตอบได้ตรง ลูกค้าจะเชื่อถือ และคุณจะเจอเคสคืนของน้อยลง

ภาพรวม: เทคนิคไหนใช้กับสินค้าอะไร

ก่อนจะลงรายละเอียดแต่ละเทคนิค ลองดูภาพรวมก่อนว่าสินค้าแต่ละหมวดใช้เทคนิคอะไรบ้าง

ตารางแสดงเทคนิคการพิมพ์ที่เหมาะกับสินค้า 4 หมวด ได้แก่ เสื้อยืด แก้วน้ำ เคสโทรศัพท์ และพรมเช็ดเท้า แยกเป็นเทคนิคหลัก เทคนิคทางเลือก และข้อจำกัดสำคัญของแต่ละหมวด
เทคนิคหลักคือตัวเลือกมาตรฐานที่โรงงาน POD ส่วนใหญ่ใช้ ส่วนเทคนิคทางเลือกจะเจอเมื่อวัสดุหรือลุคของงานต่างออกไป

จะเห็นว่าไม่มีเทคนิคไหนที่ "ใช้ได้กับทุกอย่าง" — แต่ละแบบเก่งคนละเรื่อง มาดูทีละตัว

DTG (Direct to Garment): พิมพ์ลงผ้าโดยตรง

DTG คือการเอาเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตมาพิมพ์ลงเสื้อโดยตรง ใช้หมึกสูตรน้ำที่ซึมเข้าไปในเส้นใยผ้า

แผนภาพ 5 ขั้นตอนการพิมพ์ DTG ตั้งแต่เตรียมไฟล์ พ่นน้ำยารองพื้น พิมพ์หมึกขาว พิมพ์หมึกสี จนถึงอบไล่ความชื้น
ขั้นตอนของ DTG — ขั้นที่ 2 (พ่นน้ำยารองพื้น) และขั้นที่ 3 (พิมพ์หมึกขาว) จะข้ามได้ถ้าพิมพ์ลงผ้าสีขาว

จุดเด่น

  • สัมผัสนุ่มที่สุดในบรรดาทุกเทคนิค เพราะหมึกซึมเข้าเนื้อผ้า ไม่ได้ทับอยู่ข้างบน ลูบแล้วแทบไม่รู้สึกว่ามีลาย
  • พิมพ์ภาพถ่ายและลายไล่เฉดได้ละเอียด ไม่จำกัดจำนวนสี
  • ไม่มีค่าตั้งต้น สั่ง 1 ตัวก็พิมพ์ได้ จึงเป็นเทคนิคที่เกิดมาคู่กับโมเดล POD

ข้อจำกัด

  • ต้องเป็นผ้าคอตตอน 100% ถึงจะได้ผลดีที่สุด ผ้าผสมพอได้ ผ้าโพลีเอสเตอร์ล้วนแทบใช้ไม่ได้
  • ผ้าสีเข้มต้องพ่นน้ำยารองพื้นก่อน ซึ่งเพิ่มขั้นตอนและเวลา และบางครั้งทิ้งรอยเป็นกรอบสี่เหลี่ยมจางๆ รอบลาย (จะจางลงหลังซักครั้งแรก)
  • ต้นทุนต่อตัวไม่ลดลงเมื่อสั่งเยอะ พิมพ์ 1 ตัวกับ 500 ตัวราคาต่อตัวเกือบเท่ากัน

เหมาะกับ

ครีเอเตอร์ที่ทำลายภาพถ่ายหรือลายวาดที่มีรายละเอียดสูง ลงบนเสื้อคอตตอน และขายทีละไม่กี่ตัว

DTF (Direct to Film): พิมพ์ลงฟิล์มแล้วรีดถ่ายโอน

DTF เป็นเทคนิคที่มาทีหลัง DTG แต่แพร่หลายเร็วมากในตลาดสกรีนไทย หลักการคือพิมพ์ลายลงฟิล์มพลาสติกก่อน แล้วค่อยรีดถ่ายโอนลงเสื้อ

แผนภาพ 5 ขั้นตอนการพิมพ์ DTF ตั้งแต่พิมพ์ภาพลงฟิล์ม PET โรยผงกาว อบผงกาว รีดร้อนลงผ้า จนถึงลอกฟิล์มออก
หัวใจของ DTF คือ "ผงกาว" ในขั้นที่ 2-3 ซึ่งเป็นตัวทำให้หมึกยึดกับผ้าได้ คุณภาพผงกาวจึงมีผลกับความทนของงานโดยตรง

จุดเด่น

  • ใช้ได้กับผ้าเกือบทุกชนิด คอตตอน โพลีเอสเตอร์ ผ้าผสม ยีนส์ ไนลอน กระทั่งหนัง
  • สีสดบนผ้าสีเข้มโดยไม่ต้องพ่นน้ำยารองพื้น เพราะมีชั้นหมึกขาวรองอยู่ในตัวฟิล์มอยู่แล้ว
  • ไม่มีค่าตั้งต้นเหมือนกัน สั่ง 1 ชิ้นก็ได้
  • ต้นทุนต่อชิ้นมักถูกกว่า DTG เล็กน้อย และหาโรงงานรับงานได้ง่ายกว่ามากในไทย

ข้อจำกัด

  • มีสัมผัสเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ นูนจากเนื้อผ้า ไม่นุ่มเท่า DTG โดยเฉพาะลายใหญ่ที่พิมพ์เต็มหน้าอก
  • ลายใหญ่ๆ อาจรู้สึกอึดอัดเวลาใส่ เพราะฟิล์มไม่ระบายอากาศ
  • คุณภาพขึ้นอยู่กับผงกาวและการรีดมาก โรงงานที่ใช้ผงเกรดต่ำหรือรีดไม่ได้อุณหภูมิ จะเจอปัญหาลายแตกหรือลอกหลังซักไม่กี่ครั้ง

เหมาะกับ

คนที่รับงานหลากหลายชนิดผ้า ทำเสื้อสีเข้ม หรืออยากได้สีที่สดที่สุดบนงบต่อชิ้นที่คุมได้

Sublimation (ระเหิดสี): ลายที่กลายเป็นเนื้อเดียวกับวัสดุ

Sublimation ต่างจากสองเทคนิคแรกตรงที่ไม่ได้ "วางหมึกลงบนผิว" แต่ทำให้หมึกเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สแล้วแทรกเข้าไปในเนื้อวัสดุเลย

แผนภาพ 5 ขั้นตอนการพิมพ์ระเหิดสี ตั้งแต่พิมพ์ลงกระดาษทรานสเฟอร์ ประกบกับวัสดุ ให้ความร้อนสูง แก๊สแทรกเข้าเนื้อวัสดุ จนถึงลอกกระดาษ
คำว่า "ระเหิด" (sublimation) หมายถึงการเปลี่ยนจากของแข็งเป็นแก๊สโดยไม่ผ่านสถานะของเหลว ซึ่งคือสิ่งที่หมึกทำในขั้นที่ 3

จุดเด่น

  • ลายไม่นูน ไม่ลอก ไม่แตก เพราะสีอยู่ในเนื้อวัสดุ ไม่ใช่ชั้นที่ทับอยู่
  • พิมพ์เต็มพื้นที่ได้ ทั้งเสื้อทั้งตัว หรือรอบแก้วทั้งใบ ไม่มีขอบให้เห็น
  • สีสดและคมมาก เหมาะกับลายที่มีรายละเอียดสูง

ข้อจำกัด (สำคัญมาก — ต้องอธิบายลูกค้าเสมอ)

  • ใช้ได้เฉพาะวัสดุโพลีเอสเตอร์ หรือวัสดุที่เคลือบโพลีเมอร์สำหรับ sublimation มาโดยเฉพาะ แก้วสแตนเลสธรรมดาที่ไม่ได้เคลือบ พิมพ์ไม่ติด
  • พิมพ์สีขาวไม่ได้ สีขาวในไฟล์งานจะกลายเป็น "ไม่พิมพ์" คือปล่อยให้เห็นสีวัสดุเดิม ดังนั้นวัสดุต้องเป็นสีขาวหรือสีอ่อนเท่านั้น
  • สีอาจซีดเมื่อโดนแดดจัดต่อเนื่อง และแก้วส่วนใหญ่แนะนำให้ล้างมือ ไม่ใช่เข้าเครื่องล้างจาน เพราะความร้อนและน้ำยาแรงๆ ทำให้ชั้นเคลือบเสื่อม

เหมาะกับ

แก้วน้ำ tumbler พรมโพลีเอสเตอร์ เสื้อกีฬาโพลีเอสเตอร์ และงานพิมพ์เต็มตัว (all-over print)

UV และ UV DTF: สำหรับของแข็งที่หมึกไม่ซึม

เคสโทรศัพท์ ไม้ อะคริลิก แก้ว — วัสดุพวกนี้ไม่ดูดซับหมึก จะใช้เทคนิคของงานผ้าไม่ได้เลย คำตอบคือหมึก UV ที่บ่มแข็งด้วยแสงอัลตราไวโอเลตทันทีที่พิมพ์

แผนภาพขั้นตอนการพิมพ์ UV แบบพิมพ์ตรงและแบบ UV DTF พร้อมความแตกต่างของสองวิธี
UV มีสองแบบ — พิมพ์ตรงลงชิ้นงาน (ขั้นที่ 1-3) กับพิมพ์ลงฟิล์มแล้วลอกติด (ขั้นที่ 4-5) แบบหลังคือทางออกของผิวโค้ง

UV พิมพ์ตรง (Direct UV)

พิมพ์หมึกลงบนวัสดุโดยตรง มีหลอด LED UV บ่มหมึกให้แห้งทันทีที่พ่นออกมา จึงพิมพ์ทับซ้อนได้หลายชั้น และเพิ่มชั้นหมึกใสเพื่อสร้างความเงาหรือสัมผัสนูน 3 มิติได้

  • เหมาะกับ: ผิวเรียบหรือโค้งเล็กน้อย เช่น เคสโทรศัพท์ ป้ายไม้ อะคริลิก พรมใยมะพร้าว
  • ข้อจำกัด: พิมพ์ลงร่องลึกหรือรอบตัวของทรงกระบอกไม่ได้ ต้องใช้เครื่องเฉพาะ

UV DTF (สติกเกอร์ลอกติด)

พิมพ์หมึก UV ลงฟิล์ม A แล้วประกบฟิล์มกาว B ทับ ได้เป็นสติกเกอร์ที่ลอกไปติดบนวัสดุได้เลย ไม่ต้องใช้ความร้อน

  • เหมาะกับ: ผิวโค้งอย่างแก้วทรงเรียว ขวดน้ำ ชิ้นงานเล็กๆ ที่วางบนแท่นพิมพ์ยาก
  • ข้อจำกัด: เป็นชั้นที่ติดอยู่บนผิว ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับวัสดุแบบ sublimation จึงแนะนำให้ล้างมือและไม่ขัดแรง

จุดเด่นร่วมของทั้งสองแบบ

พิมพ์บนวัสดุสีเข้มได้ เพราะมีหมึกขาวรองพื้นในตัว — ต่างจาก sublimation ที่ต้องใช้พื้นสีอ่อนเท่านั้น

ซิลค์สกรีน: เทคนิคดั้งเดิมที่ยังไม่ตาย (แต่ไม่ใช่พระเอกของ POD)

ซิลค์สกรีนคือการปาดหมึกผ่านบล็อกตาข่ายที่เจาะลายไว้ ลงบนผ้า ทีละสี

แผนภาพ 5 ขั้นตอนซิลค์สกรีน ตั้งแต่แยกสี ทำบล็อก ตั้งบล็อก ปาดหมึกทีละสี จนถึงอบไล่
ขั้นที่ 1-3 คือ "ค่าตั้งต้น" ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวต่อออร์เดอร์ ไม่ว่าจะพิมพ์ 24 ตัวหรือ 1,000 ตัว ก็เสียเท่ากัน

จุดเด่น

  • ทนที่สุด งานสกรีนที่อบถูกอุณหภูมิอยู่ได้เกิน 50 รอบซัก บางแหล่งรายงานถึง 100 รอบขึ้นไป
  • ต้นทุนต่อตัวถูกที่สุดเมื่อสั่งจำนวนมาก
  • สีทึบจัดจ้าน ทำเอฟเฟกต์พิเศษได้เยอะ เช่น หมึกนูน (puff) หมึกสะท้อนแสง หมึกเงินทอง

ข้อจำกัด

  • มีค่าทำบล็อกต่อสีและต่อแบบ ยิ่งลายหลายสียิ่งแพง
  • ปกติต้องสั่งขั้นต่ำ 24 ตัวขึ้นไป จึงคุ้ม
  • ทำลายไล่เฉดสีหรือภาพถ่ายได้ยาก เพราะเป็นการปาดสีทึบทีละสี

แล้วทำไม POD ถึงไม่ค่อยใช้ซิลค์สกรีน

เพราะโมเดล POD คือ "สั่งทีละ 1 ชิ้น ไม่มีขั้นต่ำ" ซึ่งชนกับโครงสร้างต้นทุนของซิลค์สกรีนโดยตรง — ดูหัวข้อถัดไป

ตารางเปรียบเทียบทั้ง 5 เทคนิค

ตารางเปรียบเทียบเทคนิคการพิมพ์ 5 แบบในด้านวัสดุที่รองรับ สัมผัสงานพิมพ์ ความทนทาน จำนวนขั้นต่ำ และงานที่เหมาะสม
ตัวเลขความทนทานเป็นช่วงโดยประมาณ ค่าจริงขึ้นกับคุณภาพหมึก การอบ และวิธีดูแลรักษาของผู้ใช้
หมายเหตุเรื่องตัวเลขรอบซัก

แหล่งข้อมูลต่างประเทศให้ตัวเลขไม่ตรงกัน บางแหล่งบอก DTG อยู่ได้ 50 รอบขึ้นไป บางแหล่งบอก 15-25 รอบ ความต่างมาจากคุณภาพหมึก การอบ และการซักของผู้ใช้เป็นหลัก ตัวเลขในตารางจึงให้เป็นช่วงกว้าง และไม่ควรใช้เป็นคำมั่นสัญญากับลูกค้า

เรื่องต้นทุน: ทำไม POD ถึงใช้ DTG กับ DTF ไม่ใช่ซิลค์สกรีน

ความต่างสำคัญที่สุดระหว่างเทคนิคดิจิทัล (DTG, DTF, Sublimation, UV) กับซิลค์สกรีน ไม่ใช่คุณภาพ แต่คือโครงสร้างต้นทุน

  • เทคนิคดิจิทัล: ไม่มีค่าตั้งต้น ต้นทุนต่อชิ้นเกือบคงที่ ไม่ว่าจะพิมพ์ 1 หรือ 1,000
  • ซิลค์สกรีน: มีค่าทำบล็อกก้อนใหญ่ครั้งเดียว แล้วต้นทุนต่อชิ้นถูกมาก

พอเอามาวาดเป็นกราฟจะเห็นชัด

กราฟเส้นแสดงต้นทุนการพิมพ์ต่อชิ้นเมื่อจำนวนสั่งเพิ่มขึ้น ซิลค์สกรีนแพงมากที่จำนวนน้อย แต่ถูกลงเมื่อสั่งเกินประมาณ 32 ชิ้น ส่วน DTF และ DTG มีต้นทุนต่อชิ้นคงที่
ตัวเลขในกราฟเป็นค่าสมมติเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่ราคาจริงของโรงงานใด จุดคุ้มทุนจริงขึ้นกับค่าบล็อกและจำนวนสีของแต่ละงาน

อ่านกราฟนี้ยังไง: เส้นซิลค์สกรีนดิ่งลงเร็วมาก เพราะค่าบล็อก 800 บาทถูกหารด้วยจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ พอผ่านจุดประมาณ 32 ชิ้น มันก็ถูกกว่า DTF และถูกลงไปอีกเรื่อยๆ

แต่ที่ 1 ชิ้น ซิลค์สกรีนแพงกว่า DTF ถึง 14 เท่า

นี่คือเหตุผลที่แพลตฟอร์ม POD ทั้งโลกเลือกเทคนิคดิจิทัล — ไม่ใช่เพราะดีกว่า แต่เพราะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ "สั่ง 1 ชิ้น" เป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ

เลือกเทคนิคยังไงให้เหมาะกับงานของคุณ

หลักง่ายๆ คือเริ่มจากวัสดุก่อนเสมอ เพราะวัสดุตัดตัวเลือกออกไปได้มากที่สุด แล้วค่อยดูจำนวนและงบ

แผนผังช่วยตัดสินใจเลือกเทคนิคการพิมพ์ แบ่งเป็นงานบนผ้าและงานบนวัสดุแข็ง แต่ละกรณีระบุเงื่อนไข เหตุผล และเทคนิคที่แนะนำ
ในทางปฏิบัติ ถ้าคุณขายแบบ POD ทีละชิ้น ตัวเลือกจริงจะเหลือแค่ 4 ตัวบนสุดของแต่ละคอลัมน์

5 เรื่องที่ทำให้งานพิมพ์ออกมาไม่เหมือนที่คิด

  • ส่งไฟล์ความละเอียดต่ำ ภาพที่ดูคมบนจอมือถืออาจแตกเมื่อพิมพ์ขนาด A3 ไฟล์งานควรมีความละเอียดอย่างน้อย 150 DPI ที่ขนาดพิมพ์จริง (300 DPI ยิ่งดี)
  • ใช้สีขาวในลายที่จะพิมพ์ด้วย sublimation สีขาวจะกลายเป็นช่องว่างที่เห็นสีวัสดุเดิม ถ้าอยากได้ตัวอักษรขาวบนพื้นเข้ม ต้องใช้ DTF หรือ UV แทน
  • คาดหวังสีบนจอเท่ากับสีที่พิมพ์ จอเป็นระบบสี RGB (แสง) งานพิมพ์เป็น CMYK (หมึก) สีนีออนสดๆ อย่างเขียวมะนาวหรือส้มสะท้อนแสง แทบไม่มีทางพิมพ์ให้ตรงได้ ควรเผื่อใจไว้ว่าสีจะทึบลงเล็กน้อยเสมอ
  • เลือกผ้าไม่ตรงกับเทคนิค สั่ง DTG บนเสื้อโพลีเอสเตอร์ หรือสั่ง sublimation บนเสื้อคอตตอน — สองกรณีนี้จบด้วยงานเสียทั้งคู่
  • ไม่บอกวิธีดูแลกับลูกค้า งาน DTF ที่ซักกลับด้าน น้ำเย็น ไม่ใช้เครื่องอบร้อนจัด อยู่ได้นานกว่างานเดียวกันที่ซักตามใจชอบมาก การใส่การ์ดวิธีดูแลไปกับสินค้าช่วยลดเคสร้องเรียนได้จริง

เตรียมไฟล์งานยังไงให้พิมพ์ออกมาสวย

  • ความละเอียด: อย่างน้อย 150 DPI ที่ขนาดพิมพ์จริง แนะนำ 300 DPI
  • ฟอร์แมต: PNG พื้นหลังโปร่งใส สำหรับงาน DTG, DTF, UV DTF · ไฟล์เวกเตอร์ (AI, SVG, PDF) ถ้าเป็นลายกราฟิกล้วน จะได้ขอบคมที่สุด
  • โหมดสี: ทำงานใน RGB แล้วให้โรงงานแปลงเป็น CMYK เอง (ระบบพิมพ์แต่ละเจ้าใช้โปรไฟล์สีต่างกัน)
  • ขอบเผื่อ: เผื่อขอบอย่างน้อย 3-5 มม. สำหรับงานที่พิมพ์ชนขอบ เช่น แก้ว พรม เคส
  • เส้นบางและตัวอักษรเล็ก: เส้นที่บางกว่า 1 มม. หรือตัวอักษรเล็กกว่า 8pt อาจขาดหายบนงาน DTF และงานพิมพ์บนผ้าหยาบ
ไฟล์ที่ domerch รับตอนนี้

หัวข้อข้างบนเป็นหลักการทั่วไปของงานพิมพ์ ส่วนบนเว็บนี้ระบบรับไฟล์ PNG, JPEG และ WebP ขนาดไม่เกิน 30MB และตรวจความละเอียดให้อัตโนมัติตามขนาดพิมพ์จริงของแต่ละจุด ไฟล์เวกเตอร์ (AI, SVG, PDF) ยังไม่รองรับ เพราะแสดงตัวอย่างก่อนสั่งไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

DTF กับ DTG ต่างกันตรงไหน เลือกอันไหนดี

DTG พิมพ์หมึกลงผ้าโดยตรง ได้สัมผัสนุ่มกว่า แต่ต้องใช้กับผ้าคอตตอน 100% ส่วน DTF พิมพ์ลงฟิล์มแล้วรีดถ่ายโอน ใช้ได้กับผ้าเกือบทุกชนิดและให้สีสดกว่าบนผ้าสีเข้ม แลกกับสัมผัสที่เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ถ้าเน้นความนุ่มบนเสื้อคอตตอนให้เลือก DTG ถ้าเน้นความยืดหยุ่นของวัสดุและสีสดบนผ้าเข้มให้เลือก DTF

พิมพ์เสื้อสีดำได้ไหม

ได้ทั้ง DTG และ DTF โดย DTG ต้องพ่นน้ำยารองพื้นและพิมพ์หมึกขาวรองก่อน ส่วน DTF มีชั้นหมึกขาวอยู่ในตัวฟิล์มแล้ว แต่ sublimation พิมพ์บนผ้าสีเข้มไม่ได้ เพราะเทคนิคนี้ไม่มีหมึกขาว

ลายที่พิมพ์อยู่ได้กี่ครั้งซัก

ขึ้นกับเทคนิคและการดูแล งานซิลค์สกรีนที่อบถูกวิธีทนที่สุด อยู่ได้ 50 รอบซักขึ้นไป งาน DTG และ DTF อยู่ในช่วงประมาณ 20-50 รอบซัก ส่วนงาน sublimation ไม่ลอกไม่แตกเลยเพราะสีอยู่ในเนื้อวัสดุ แต่อาจซีดได้จากแสงแดด การซักกลับด้านด้วยน้ำเย็นและเลี่ยงเครื่องอบร้อนจัดช่วยยืดอายุงานพิมพ์ได้มาก

แก้วน้ำที่พิมพ์ลายเข้าเครื่องล้างจานได้ไหม

ส่วนใหญ่ไม่แนะนำ ทั้งงาน sublimation และ UV DTF ผู้ผลิตแนะนำให้ล้างมือ เพราะความร้อนและน้ำยาล้างจานที่รุนแรงทำให้ชั้นเคลือบและกาวเสื่อมเร็วขึ้น ถ้าอยากได้งานที่เข้าเครื่องล้างจานได้จริง ทางเลือกคือการแกะด้วยเลเซอร์ซึ่งเป็นการลอกเนื้อสีออกจนเห็นสแตนเลส แต่ทำได้เฉพาะลายสีเดียว

พรมเช็ดเท้าพิมพ์ลายได้ยังไง

มีสองแบบตามวัสดุ พรมใยมะพร้าว (coir) ใช้เครื่องพิมพ์ UV แบบแท่นราบพิมพ์ลงบนใยโดยตรง ส่วนพรมผิวโพลีเอสเตอร์ใช้ sublimation ซึ่งให้สีที่เนียนกว่าเพราะสีแทรกเข้าเส้นใย ทั้งสองแบบควรวางในที่ร่มหรือมีหลังคาคลุม เพราะน้ำขังและแดดจัดทำให้วัสดุเสื่อมเร็ว

สรุป

ไม่มีเทคนิคการพิมพ์ไหนที่ดีที่สุดในทุกกรณี มีแต่เทคนิคที่เหมาะกับวัสดุ + ลาย + จำนวน ของงานตรงหน้า

  • อยากได้สัมผัสนุ่มบนเสื้อคอตตอน → DTG
  • ทำผ้าหลายชนิด หรือเสื้อสีเข้ม → DTF
  • แก้วน้ำ พรมโพลีเอสเตอร์ งานพิมพ์เต็มตัว → Sublimation
  • เคสมือถือ ของแข็ง ผิวโค้ง → UV / UV DTF
  • สั่งเยอะ ลายไม่กี่สี → ซิลค์สกรีน

domerch จับคู่คนออกแบบกับโรงงานพิมพ์ในไทย สั่งได้ทีละชิ้น ไม่มีขั้นต่ำ

เริ่มออกแบบฟรี

มีคำถามที่บทความนี้ยังไม่ได้ตอบ?